ถอดบทเรียน Future of Jobs 2026: AI กำลังสร้างงานใหม่ หรือกำลังทิ้งคนทำงานไว้ข้างหลัง?

ถอดบทเรียน Future of Jobs 2026: AI กำลังสร้างงานใหม่ หรือกำลังทิ้งคนทำงานไว้ข้างหลัง?

AI

4 นาที

05 ก.พ. 2026

แชร์

ในโลกที่ AI พัฒนาเร็วแบบรายวัน AI ไม่ได้เปลี่ยนแค่วิธีทำงาน แต่กำลังเปลี่ยน ใครจะอยู่รอด ใครจะถูกแทนที่ และใครจะได้ประโยชน์สูงสุดจากเศรษฐกิจใหม่

คำถามที่ผู้บริหารระดับสูงและ HR ต้องตอบให้ได้ ไม่ใช่แค่ “เราจะใช้ AI อย่างไร?” แต่คือ “เราจะรักษามนุษย์ไว้ตรงไหนในสมการเศรษฐกิจใหม่นี้?”

จากรายงานล่าสุด Four Futures for Jobs in the New Economy: AI and Talent in 2030 โดย World Economic Forum 2026 (WEF) ได้ฉายภาพอนาคตปี 2026-2030 ที่เต็มไปด้วยโอกาสมหาศาลและความเสี่ยงที่ไม่อาจมองข้าม

อนาคตของงาน ไม่ได้ขึ้นกับ AI เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นกับ “ความเร็วในการพัฒนาทักษะของคนและองค์กร”

และนี่คือสรุปกลยุทธ์เชิงรุกเพื่อเตรียมความพร้อมสู่ยุค AI อย่างสมบูรณ์แบบ

📌 ตลาดแรงงานโลกกำลัง “พลิกโฉม” งานใหม่เกิด แต่ตำแหน่งเดิมกำลังหายไป

แนวโน้มการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลและเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) กำลังสร้างแรงกระเพื่อมในระดับประวัติศาสตร์ โดยคาดว่า
🔹 สร้างงานใหม่กว่า 170 ล้านตำแหน่ง ภายในปี 2030
🔹 เลิกจ้างงานเดิมกว่า 92 ล้านตำแหน่ง โดยงานรูทีนและงานประมวลผลข้อมูล จะหายไป
🔹 มุมมองผู้บริหาร 54% ของผู้นำทั่วโลกเชื่อว่า AI จะเข้ามาแทนที่บทบาทเดิม ขณะที่มีเพียง 24% ที่มองว่ามันจะสร้างตำแหน่งงานใหม่เพิ่มขึ้น

📌 อนาคตการทำงานไม่ได้มีทางเดียว: 4 เส้นทางที่องค์กรอาจเผลอเดินพลาด

รายงานระบุว่า อนาคตของอาชีพจะไปในทิศทางใด ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลัก 2 อย่าง คือ “ความก้าวกระโดดของ AI” และ “ความพร้อมของทักษะแรงงาน”

1. Supercharged Progress – AI ก้าวกระโดด + คนพร้อมสูง
ฉากทัศน์ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเติบโตทางเศรษฐกิจ เกิดขึ้นเมื่อ AI พัฒนาแบบก้าวกระโดดและแรงงานมีความพร้อมสูง

🔹 งานเปลี่ยนจาก “ลงมือทำ” → “ออกแบบและกำกับ AI”
🔹 มนุษย์กลายเป็น Agent Orchestrator
🔹 โอกาส: Productivity และ GDP เติบโตสูงมาก จน GDP โลกอาจเติบโตเกือบสองหลัก
🔹 ความเสี่ยง: งานเดิมหายไปอย่างรวดเร็ว ความเหลื่อมล้ำทางรายได้พุ่ง (ค่าจ้างแรงงานที่ใช้ AI เป็นอาจสูงขึ้นเป็นเท่าตัว) กฎหมายและจริยธรรมตามเทคโนโลยีไม่ทัน

2. The Age of Displacement: AI ก้าวกระโดด + คนปรับตัวไม่ทัน
เกิดขึ้นเมื่อ AI พัฒนาเร็วแต่แรงงานปรับตัวไม่ทัน

🔹 Automation จะเข้ามาแทนงานมากกว่า 50-90% ในบางอุตสาหกรรม
🔹 อัตราว่างงานพุ่งสูง ความไม่มั่นคงทางสังคมรุนแรง งานในหลายภาคส่วนจะหายไปอย่างถาวร
🔹 ความเสี่ยง: อำนาจผูกขาดกระจุกตัวอยู่ที่บริษัทเทคโนโลยีเพียงไม่กี่แห่ง และรัฐแบกรับภาระหนักจากการดูแลผู้ว่างงานจำนวนมาก

3. Co-Pilot Economy: AI พร้อม + คนพร้อม มนุษย์ทำงานร่วมกับ AI
เกิดขึ้นเมื่อ AI พัฒนาอย่างค่อยเป็นค่อยไปและแรงงานมีทักษะพร้อม

🔹 องค์กรเน้นใช้ AI เพื่อเสริมศักยภาพ (Augmentation) ไม่ใช่แทนที่
🔹 ความต้องการทักษะคิด วิเคราะห์ สื่อสาร เพิ่มสูงขึ้น
🔹 เศรษฐกิจเติบโตมั่นคง ยั่งยืน
🔹 ความท้าทาย: เกิดช่องว่างระหว่างคนที่เข้าถึง/เข้าไม่ถึงเทคโนโลยี

4. Stalled Progress: AI หยุดชะงัก + คนขาดทักษะ
เกิดขึ้นเมื่อ AI พัฒนาคงที่ แต่แรงงานขาดทักษะสำคัญ

🔹 งานรูทีนจะถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติ
🔹 งานฝีมือและแรงงานกลับมามีมูลค่า
🔹 ผลผลิตโตช้า มีความเหลื่อมล้ำระหว่างองค์กรที่มี/ไม่มีเทคโนโลยี
🔹 แรงงานจำนวนมากต้องย้ายไปทำงานในภาคบริการที่มีรายได้ต่ำและสวัสดิการน้อย

📌 3 ทักษะแห่งอนาคต: “ความได้เปรียบ” ที่มนุษย์ต้องมี

เมื่อทักษะที่เคยใช้ได้กำลัง “หมดอายุ” 3 ความสามารถที่มนุษย์ต้องเร่งมีในยุค AI ได้แก่

1. AI & Digital Literacy
🔹 ความต้องการทักษะดิจิทัลพุ่งสูงขึ้น 70% ผู้นำต้องไม่ใช่แค่ใช้เครื่องมือเป็น แต่ต้องเข้าใจการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจ
🔹 ลักษณะงานจะเปลี่ยนจาก “ทำเอง” → “ทำร่วมกับ AI”

2. Human-centric Skills
ทักษะที่ AI เลียนแบบได้ยากที่สุดคือ
🔹 ความคิดสร้างสรรค์
🔹 การตัดสินใจเชิงจริยธรรม
🔹 ความยืดหยุ่น
🔹 ความเห็นอกเห็นใจ (Empathy)

3. Lifelong Learning
เมื่ออายุขัยของทักษะ (Skill Shelf-life) สั้นลง ความสามารถในการ Re-skill และ Up-skill อย่างรวดเร็วคือทางรอดเดียว ที่จะกลายเป็น “งานประจำ” ของคนทำงาน

📌 องค์กรที่อยู่รอด ไม่ได้ใช้ AI เก่งกว่า แต่ “ออกแบบคน” ได้ดีกว่า

เพื่อเปลี่ยนความไม่แน่นอนให้เป็นแผนงานเชิงรุก ผู้นำควรทำดังนี้

1. Human-AI Collaboration: ลงทุนในการทำงานร่วมกับ AI โดยให้มนุษย์เป็นผู้นำ
ออกแบบกระบวนการทำงานใหม่ให้ AI ทำงานประมวลผลหนัก ๆ งานซ้ำ งานวิเคราะห์ข้อมูล และเสนอทางเลือก และให้ “มนุษย์” เป็นผู้ตัดสินใจและรับผิดชอบผลลัพธ์ (Accountability)

2. Hybrid Talent: สร้างความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านร่วมกับความรู้ AI
สร้างทีมที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง (Domain Expert) ควบคู่ไปกับทักษะการใช้ AI

3. Cross-functional skills: พัฒนาทักษะข้ามสายงาน
เพิ่มความยืดหยุ่นในการย้ายบทบาทและอาชีพ

📌 ด้านมืดของ AI: “ความเหลื่อมล้ำ” ความเสี่ยงใหญ่ของยุค AI 

AI นำมาซึ่งความกังวลด้านความเท่าเทียมในหลายมิติ เช่น

🔹กำไรธุรกิจโตเร็วกว่าค่าจ้างแรงงาน
🔹คนที่มีทักษะ AI ได้ค่าตอบแทนสูงกว่าแรงงานที่เข้าไม่ถึงโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
🔹เกิด “เศรษฐกิจสองขั้ว” ที่ความมั่งคั่งกระจุกตัวอยู่ในบริษัทหรือภูมิภาคที่มีความเชี่ยวชาญด้าน AI
🔹แรงงานบริการล้นตลาด ทำให้ค่าจ้างกลุ่มนี้ค่อย ๆ ลดลง

Insight สำคัญ:
“ความเหลื่อมล้ำ” ไม่ได้เกิดจาก AI โดยตรง แต่เกิดจาก “ความเร็วในการปรับตัว” ที่ไม่เท่ากัน และ “การเข้าถึง” ที่ “ไม่ทั่วถึง”

📌 บทสรุปเชิงกลยุทธ์: โลกยุค AI จะไม่รอใครที่ “ยังคิดแบบเดิม”

ความสำเร็จขององค์กรในปี 2026 ไม่ได้วัดกันที่ใครมี AI ที่ฉลาดที่สุด แต่วัดกันที่ใครสามารถ “รักษาความเป็นมนุษย์” ไว้ในวัฒนธรรมการทำงาน สามารถปิดช่องว่างทักษะ กระจายโอกาส และตัดสินใจตามบริบทได้ดีที่สุด ซึ่งเป็นสิ่งที่มนุษย์ยังคงเหนือกว่าเครื่องจักร

หากองค์กรของคุณต้องการรยกระดับทักษะองค์กรด้วย AI-People Enablement Solutions
ควบคู่ไปกับการพัฒนา Human Skills หรือทักษะความเป็นมนุษย์ที่ AI แทนไม่ได้
📩 ติดต่อ [email protected] หรือ 📞 โทร 082-297-9915 (คุณโรส)

———-

Sources: 
https://www.weforum.org/publications/four-futures-for-jobs-in-the-new-economy-ai-and-talent-in-2030/