เลิกแบกงาน Manual! 10 AI Tools พลิกโฉม Productivity สำหรับนักการตลาดและผู้นำยุคใหม่
เลิกแบกงาน Manual! 10 AI Tools พลิกโฉม Productivity สำหรับนักการตลาดและผู้นำยุคใหม่
Business
4 นาที
23 ก.พ. 2026
แชร์
Table of contents
AI ในงานการตลาดไม่ใช่ “ปุ่มลัด” ที่แทนคนทั้งหมด แต่คือ “แรงเสริม” ที่ช่วยลดงานซ้ำ งานร่าง งานค้นข้อมูล และการผลิตชิ้นงาน เพื่อคืนเวลาให้ทีมโฟกัสสิ่งที่สำคัญกว่า เช่น กลยุทธ์ ความเข้าใจลูกค้า และคุณภาพแบรนด์
วันนี้การแข่งขันทางการตลาดไม่ได้วัดแค่ไอเดีย แต่คือ “สปีด + ความสม่ำเสมอ + คุณภาพหลายช่องทางพร้อมกัน” ตั้งแต่คอนเทนต์ โฆษณา Landing Page อีเมล ไปจนถึงรายงานผลลัพธ์และการปรับแคมเปญรายสัปดาห์
ในวันนี้ True Digital Academy ได้คัด 10 AI Tools ที่ครอบคลุมตั้งแต่ Content, Creative, Performance ไปจนถึง SEO มาฝากกัน
💡ก่อนเลือก AI Tool: Marketing Productivity เกิดจาก 3 เงื่อนไข
หลายองค์กรซื้อเครื่องมือแล้ว “ร้าง” ไม่ใช่เพราะเครื่องมือไม่ดี แต่เพราะขาด 3 ข้อนี้
1. ใช้ AI เพื่อ Draft ไม่ใช่ Final
AI เก่งมากกับการทำ “Draft แรก” เช่น แตกไอเดีย สรุปข้อมูล และทำโครง แต่ขั้นสุดท้ายยังต้องมีคนคุมโทน แบรนด์ ความถูกต้อง และบริบท
2. ชนะที่ Workflow ไม่ใช่ Tool
เครื่องมือดีแค่ไหน หากไม่ผูกกับขั้นตอนงาน เช่น Brief → Draft → Review → Publish → Measure ก็จะกลายเป็นของเล่น มากกว่าระบบผลิตงานได้จริง
3. เลือกให้ตรงคอขวด
ถามทีมก่อนว่าเสียเวลาตรงจุดไหนมากที่สุด
🔹คิดไอเดียไม่ออก
🔹ผลิตงานไม่ทันเทสต์
🔹ข้อมูลกระจัดกระจาย
🔹รีพอร์ตช้า
🔹ทำ SEO แบบเดา
เมื่อรู้คอขวดแล้ว เครื่องมือด้านล่างจะตอบโจทย์ได้ชัดขึ้นทันที
💡10 AI Tools สำหรับนักการตลาด และ Digital Marketing

📌 กลุ่ม Content & Strategy
1. OpenAI – ChatGPT
จุดเด่น: ช่วยคิด เขียน และตั้งคำถามเชิงกลยุทธ์ในเครื่องมือเดียว
เหมาะกับ: Content, SEO, Performance, Brand Lead
ช่วยเพิ่ม Productivity โดย:
🔹แตกมุมคอนเทนต์หลาย angle จาก Brief เดียว
🔹ทำ Copy สำหรับ Ads / Landing Page / Email หลายเวอร์ชันได้รวดเร็ว
🔹สรุปรีเสิร์ชเป็น Insight และ Action Items
2. Anthropic – Claude
จุดเด่น: งาน long-form และการเรียบเรียงข้อมูลจำนวนมากให้ลื่นไหล (บทความเชิงลึก สคริปต์ยาว หรือเอกสารที่ต้องจัดโครงให้ไหลเป็นเรื่องเดียวกัน)
เหมาะกับ: Content, Thought Leadership, Script, Proposal, Deck Narrative
ช่วยเพิ่ม Productivity โดย:
🔹ย่อยข้อมูลจำนวนมากให้เป็น flow ที่อ่านลื่น ไม่เป็น factsheet
🔹สร้าง Draft แรกที่มีโครงครบ ก่อนทีมเติมเคสจริง
3. Google – Gemini
จุดเด่น: เหมาะกับทีมที่ทำงานบน Google Workspace
เหมาะกับ: Marketing Ops, PMM, Team Lead
ช่วยเพิ่ม Productivity โดย:
🔹สรุปเอกสารยาวใน Docs ได้รวดเร็ว
🔹ร่างแผนคอนเทนต์และแปลงเป็นตารางใน Slides หรือ Sheets
4. Notion – Notion AI
จุดเด่น: เปลี่ยน workspace ให้เป็น “สมองทีมการตลาด”
เหมาะกับ: ทีมที่ทำหลายแคมเปญพร้อมกัน หรือมีหลาย stakeholder
ช่วยเพิ่ม Productivity โดย:
🔹สรุปประชุมเป็น task + owner + deadline
🔹ค้นข้อมูลใน workspace ได้ทันที
🔹ใช้ AI Meeting Notes ลดภาระจดบันทึก
5. Canva – Magic Studio
จุดเด่น: โรงงานผลิต Social และ Ads Creative สำหรับทีมเล็ก–กลาง
เหมาะกับ: Social Content, Ads Creative, Poster, One-pager
ช่วยเพิ่ม Productivity โดย:
🔹ใช้ template on-brand ได้ทันที
🔹แปลงชิ้นงานข้ามฟอร์แมต (Post → Story → Banner)
🔹สร้าง copy เบื้องต้นก่อนนำไป polish
6. Midjourney
จุดเด่น: สร้างภาพคอนเซ็ปต์ ทดลอง mood และ direction ได้รวดเร็ว พร้อมฟีเจอร์วิเคราะห์ภาพเพื่อเสนอ prompt ต่อ
เหมาะกับ: Creative Strategist, Art Director, Content Creator
ช่วยเพิ่ม Productivity โดย:
🔹ลดเวลาหา reference
🔹ทดลองหลายสไตล์ก่อนผลิตจริง
7. Gamma
จุดเด่น: สร้าง deck หรือ proposal จากข้อความภายในไม่กี่นาที
เหมาะกับ: Pitch Deck, Proposal, Media Kit, Report
ช่วยเพิ่ม Productivity โดย:
🔹เปลี่ยน outline เป็นสไลด์ที่จัดโครงแล้ว
🔹แก้บางสไลด์โดยไม่ต้องรื้อทั้ง deck
📌 กลุ่มงาน Ads & Performance
8. AdCreative.ai
จุดเด่น: ผลิต creative จำนวนมากเพื่อทำ A/B test
เหมาะกับ: Performance Marketer, ทีมยิงแอด, E-commerce, Agency
ช่วยเพิ่ม Productivity โดย:
🔹สร้าง variation ได้รวดเร็ว
🔹ลดคอขวด “ผลิตงานไม่ทันเทสต์”
9. Zapier
จุดเด่น: เชื่อมเครื่องมือและสร้าง AI workflow
เหมาะกับ: Marketing Ops, Growth Lead และทีมที่ใช้หลายระบบ
ช่วยเพิ่ม Productivity โดย:
🔹Lead → CRM → Slack → Task อัตโนมัติ
🔹ลด human error จากการคัดลอกข้อมูล
📌 กลุ่มงาน SEO & Insight
10. Semrush – Content Toolkit
จุดเด่น: ทำ SEO แบบมีข้อมูลนำ ไม่ใช่เขียนแบบเดา
เหมาะกับ: SEO Specialist, Content Strategist, B2B, SaaS, E-commerce
ช่วยเพิ่ม Productivity โดย:
🔹ใช้ AI + ข้อมูล SEO เพื่อหาไอเดียและทำบรีฟ
🔹หา keyword ที่มีโอกาสเติบโต
🔹สร้าง content brief ชัดเจน
🔹วางกรอบการตัดสินใจด้าน SEO อย่างเป็นระบบ
💡สรุป: เลือก AI Tool ให้เหมือนเลือก “ทีมเสริม” ไม่ใช่เลือก “ของเล่น”
เลือก AI Tool ให้เหมือนเลือก “ทีมเสริม” ไม่ใช่เลือก “ของเล่น”
☑️ ตันที่คิด/เขียน → ChatGPT + Claude
☑️ เอกสารกระจัดกระจาย → Notion AI + Gemini
☑️ ผลิตงานไม่ทัน → Canva + Midjourney
☑️ ทำ Deck / Proposal บ่อย → Gamma
☑️ ยิงแอดหนัก → AdCreative.ai
☑️ งานซ้ำเยอะ → Zapier
☑️ SEO แบบเดา → Semrush
AI ที่ดีที่สุดสำหรับนักการตลาด ไม่ใช่ตัวที่เก่งที่สุด แต่คือตัวที่ฝังใน Workflow จนทีมใช้ได้ทุกวัน แบบไม่ต้องพยายาม
———-
Sources:
https://www.marketermilk.com/blog/ai-marketing-tools
https://www.avidlyagency.com/blog/the-best-ai-tools-for-marketing
https://lyxelandflamingo.com/blogs/seo/the-top-16-ai-tools-every-digital-marketer-needs-to-know/