AI ไม่ได้ทำให้เราขี้เกียจทันที แต่มันกำลังทำให้เรา “ไม่คิด” โดยไม่รู้ตัว
AI ไม่ได้ทำให้เราขี้เกียจทันที แต่มันกำลังทำให้เรา “ไม่คิด” โดยไม่รู้ตัว
AI
3 นาที
02 ก.พ. 2026
แชร์
Table of contents
จริงไหม? เมื่อความสะดวกสบายจาก AI กำลังแลกมาด้วย “ภาวะหยุดคิด”
ทุกครั้งที่เราป้อนคำสั่งให้ ChatGPT, Gemini หรือเครื่องมือ AI เพื่อเขียนหรือสรุปเอกสาร เราอาจกำลังส่งมอบ “ภาระการประมวลผลของสมอง” หรือ “ภาระการคิด” บางส่วน ให้ AI ทำหน้าที่แทนโดยไม่รู้ตัว
ผลลัพธ์ที่ตามมาคือ เมื่อถึงวันที่เทคโนโลยีขัดข้อง หรือ AI ใช้งานไม่ได้ชั่วขณะ ความเคยชินจะทำให้เรา “ไม่คิดเอง” และบางคนอาจจะทำงานต่อไม่ถูก
📌 ผลวิจัยจาก MIT สมองที่ “เบา” ลง อาจหมายถึงการเรียนรู้ที่ลดลง
งานวิจัยจาก MIT Media Lab เรื่อง “Your Brain on ChatGPT” เผยให้เห็นความจริงที่น่ากังวลผ่านการตรวจวัดคลื่นสมอง คือ
🔹กลุ่มที่เขียนเอง: มีการเชื่อมต่อของคลื่นสมองสูง (High Cognitive Engagement) สะท้อนถึงการใช้กระบวนการคิดวิเคราะห์อย่างเต็มที่
🔹กลุ่มที่ใช้ AI: ภาระทางสมองลดลงอย่างชัดเจน เนื่องจากสมองส่วนที่ทำหน้าที่ประมวลผลทางภาษาและความหมาย (Semantic Processing) ถูกส่งต่อไปให้เครื่องมือจัดการแทน
การใช้ AI จึงทำให้เรารู้สึก “เบา” และ “เร็ว” เพราะมันถูกออกแบบมาเพื่อลดแรงกดดันของสมองโดยตรง แต่นี่คือกับดักระยะยาวที่อาจทำให้ความสามารถในการ “อดทนเพื่อทำความเข้าใจ” ของมนุษย์เสื่อมถอยลง
📌 ความขี้เกียจแบบใหม่ “ยังทำงาน แต่คิดน้อยลง”
ข้อมูลจาก Imagining the Digital Future Center ระบุตัวเลขที่น่าสนใจว่า
🔹54% รู้สึกว่างานเสร็จมากขึ้น และ 42% มีความคิดสร้างสรรค์ขึ้น แต่ 50% ยอมรับว่าตนเอง “ขี้เกียจลง”
🔹35% รู้สึกเหมือนกำลัง “โกง” เพราะผลลัพธ์ที่ได้ไม่ได้ผ่านความพยายาม
นี่คือสิ่งที่นักจิตวิทยาเรียกว่า “Metacognitive Laziness” หรือความขี้เกียจในการตั้งคำถามกับวิธีคิดของตนเอง
เราพอใจกับผลสำเร็จที่รวดเร็ว (Instant Gratification) จนละเลยความภาคภูมิใจในกระบวนการที่ซับซ้อน ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการสร้างนวัตกรรม
📌 AI ไม่ได้ทำให้เราขี้เกียจ แต่มันทำให้ “ความพยายามในการเข้าใจ” หายไป
AI กลายเป็น “หน่วยความจำภายนอก” (Externalized Memory) ที่เราใช้ทุกวัน เหมือนที่เครื่องคิดเลขเคยทำให้เราลืมบวกเลขในใจ แต่ AI กำลังทำหน้าที่แทน “การสังเคราะห์ความรู้” เราไม่ได้จำไม่เก่ง แต่เราเลือกที่จะ “ไม่จำ”
🔹สมองลดการเชื่อมโยงข้อมูลภายในสมอง (Internal Linking) เพราะมีพื้นที่เก็บข้อมูลภายนอกที่พร้อมใช้งานตลอดเวลา
🔹รายงานจาก MIT เตือนว่า “เมื่อผู้เรียนใช้ AI ผลิตเนื้อหาซับซ้อน พวกเขามักข้ามขั้นตอนของการสังเคราะห์ความรู้ ซึ่งขัดขวางความเข้าใจระยะยาว”
ซึ่งมันไม่ได้ทำให้เราขี้เกียจในทันที แต่มันทำให้ “ความพยายามในการเข้าใจสิ่งใหม่” หายไปอย่างไม่รู้ตัว
📌 บทสรุป: ใช้ AI อย่างไรให้สมองยัง “เฉียบคม”
AI ไม่ใช่ผู้ร้าย ไม่ได้ทำให้คน “โง่ลง” แต่มันคือ “กระจกเงา” ที่สะท้อนธรรมชาติของมนุษย์ที่รักความสบาย
ทางออกไม่ใช่การปฏิเสธเทคโนโลยี แต่คือ “การปรับสมดุล” (Calibration)
✅ เป็นคู่คิด (Co-pilot) ไม่ใช่คนคิดแทน: อย่าปล่อยให้ AI นิยามข้อสรุปสุดท้ายแทนคุณ
✅ ใช้เป็นครูฝึก (Trainer): ให้ AI อธิบายสิ่งที่ยากเพื่อให้เรา “เข้าใจ” ไม่ใช่เพื่อให้เรา “มีงานส่ง”
✅ เป็นผู้ตรวจทาน (Auditor): การตัดสินใจขั้นสุดท้าย (Final Decision) ต้องมาจากวิจารณญาณของมนุษย์เสมอ
“ขี้เกียจทำงานได้ แต่อย่าขี้เกียจคิด” เพราะในโลกยุค AI คุณค่าของคุณไม่ได้อยู่ที่ผลลัพธ์ แต่อยู่ที่วิธีที่คุณคิดเพื่อให้ได้ผลลัพธ์นั้นมา
คำถามสุดท้ายจึงไม่ใช่ “AI จะเก่งแค่ไหน” แต่คือ “เรายังภูมิใจกับความคิดของตัวเองอยู่ไหม ถ้ามันไม่ได้มาจากเรา 100%?”
หากองค์กรของคุณอยากจัดการปัญหา ไม่อยากให้การใช้ AI ทำให้ทีมของเราเป็น “คนที่ขี้เกียจลง” มาร่วมออกแบบการเรียนรู้ ยกระดับทักษะองค์กรด้วย AI-People Enablement Solutions ทั้งด้าน AI ควบคู่ไปกับการพัฒนา Human Skills หรือทักษะความเป็นมนุษย์ที่ AI แทนไม่ได้ 📩 ติดต่อ [email protected] หรือ 📞 โทร 082-297-9915 (คุณโรส)
———-
Sources:
https://calnewport.com/does-ai-make-us-lazy/
https://medium.com/@pearsonondray/exploring-the-impact-of-artificial-intelligence-on-human-laziness-73d7d520d4b1
https://www.vice.com/en/article/ai-makes-you-lazy-and-stupid-if-you-let-it/
https://bigthink.com/the-present/why-great-ai-produces-lazy-humans/
https://www.psychologytoday.com/us/blog/the-digital-self/202503/the-lazy-genius-how-ai-boosts-us-and-bums-us-out