AI ทำให้ได้รู้ว่า ‘Lasting Legacy’ ไม่ต้องสวยหรู แค่สร้าง ‘Personal Connection’ กับคนสำคัญในชีวิต ให้ได้ก่อน AI แค่นั้นพอ

AI ทำให้ได้รู้ว่า ‘Lasting Legacy’ ไม่ต้องสวยหรู แค่สร้าง ‘Personal Connection’ กับคนสำคัญในชีวิต ให้ได้ก่อน AI แค่นั้นพอ

Leadership

2 นาที

10 เม.ย. 2026

แชร์

AI ไม่ได้กลืนกินเรา แต่มานิยามคุณค่าใหม่ ให้เราค้นพบจุดสมดุลระหว่างเทคโนโลยีและการรักษาหัวใจของความเป็นมนุษย์

สรุปประเด็นสำคัญจาก ดร.ชนนิกานต์ จิรา, Head of True Digital Academy หนึ่งใน “ไข่แดง” จากวงสนทนา #RoundShare4 โดย ‘นิ้วกลม’
Sarawut Hengsawad ที่ ได้ชวน “มนุษย์” มานั่งล้อมวงพูดถึง “AI” กับความกังวลใจที่ว่า “เอไอกำลังจะกลืนมนุษย์หรือไม่?”

1. AI กลืน “งานบางส่วน” แต่ไม่กลืน “อาชีพ”

AI จะเข้ามาแทนที่ “งานย่อย” (Task) งานรูทีน หรืองานที่สามารถทำเป็นระบบอัตโนมัติได้ แต่จะไม่สามารถทดแทนงานทั้งก้อนได้

สถิติแห่งความหวังจาก World Economic Forum บอกไว้ว่า แม้ภายในปี 2030 จะมีงานถูกแทนที่ 92 ล้านตำแหน่ง แต่ก็จะมีงานใหม่ที่เกิดพร้อม AI ถึง 170 ล้านตำแหน่ง เป็นโอกาสของคนที่ปรับตัวทัน

2. ปรากฏการณ์ ‘Jagged Frontier of Technology’

แม้แต่ AI เองก็มีขีดความสามารถที่จำกัด มันจะทำงานได้เทพมากเฉพาะในขอบเขต (Frontier) ของมันเท่านั้น แต่สำหรับงานที่อยู่นอกขอบเขตจะทำได้ห่วยมาก ซึ่งมนุษย์ยังทำได้ดีกว่า AI ถึง 23%

3. มนุษย์กำลังเผชิญกับความท้าทายด้านสภาพจิตใจจากการวิ่งตาม AI

ทั้งองค์กรและพนักงานต่างเผชิญกับความ ‘กังวล’ และ ‘ความเหนื่อยล้า’ จากการวิ่งตามเครื่องมือ AI ที่อัปเกรดอยู่ตลอดเวลา โดยที่หลายฝ่ายยังไม่เข้าใจชัดเจนว่าจะทำการเปลี่ยนผ่านสู่ AI Transformation ไปได้อย่างไร

4. เป้าหมายของการใช้ AI จึงไม่ใช่การมาแทนที่คน แต่คือ “เครื่องมือเสริมพลัง”

ในหลายองค์กร รวมถึง True เอง ก็ต้องการมุ่งสู่การเป็น ‘AI First’ แต่หัวใจสำคัญคือการพัฒนาคน (Workforce) ให้ใช้ AI เป็นตัวเสริมพลัง (Empower) ช่วยลดภาระงานส่วนเกิน เพื่อให้มีเวลาไปทำในสิ่งที่อยากทำ หรือเพิ่มคุณค่าในส่วนที่มนุษย์ถนัดมากขึ้น

5. คุณค่าที่ AI ทดแทนไม่ได้คือ “หัวใจของความเป็นมนุษย์”

งานที่ ‘เสี่ยง’ ที่สุดคือกลุ่ม Routine และงานที่มีข้อมูลตายตัว หรือ Domain เยอะ ส่วนงานที่ ‘รอด’ คือกลุ่มที่ต้องใช้ Critical Thinking, Human Skills และความสามารถในการสร้าง “Trust” หรือความเชื่อใจ ยังเป็นสิ่งที่ AI ไม่สามารถทำแทนมนุษย์ได้ในระยะเวลาอันใกล้นี้

6. อย่าอยู่เฉย ต้อง Refine Your Job อยู่เสมอ

ทั้งองค์กรและคนทำงานต้องช่วยกัน “นิยามงานใหม่” (Refine) เพื่อดูว่าเราจะอยู่ร่วมกับ AI อย่างไรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

7. AI ได้นิยามความสำเร็จและคุณค่าใหม่

ในยุคที่ทุกอย่างต้อง “เยอะ” และ “สุด” คุณค่าของมนุษย์อาจไม่ใช่การวิ่งตามความสำเร็จที่สวยหรู แต่คือการแยกสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไป เพื่อให้เราได้กลับมาถามตัวเองว่า จริง ๆ แล้ว “คุณค่า” และ “ความสุข” ของเราคืออะไร เพื่อค้นพบความสัมพันธ์ที่ยั่งยืน (Lasting Relationships) กับคนรอบข้างได้ไวขึ้น

8. เป้าหมายการ Upskilling เพื่อคุณภาพชีวิต

ถึงวันนี้ ก็ควรขอบคุณ AI ที่ทำให้เราสามารถนิยามคุณค่าและความสำเร็จใหม่ เพราะในยุคที่ AI ทำได้เกือบทุกอย่าง ในฐานะแม่มือใหม่ได้เรียนรู้ว่า คุณค่าของมนุษย์อาจไม่ใช่แค่ความสำเร็จที่สวยหรู แค่มีเป้าหมายเพียงเพื่อให้มีเวลาและมีเงินกลับมาดูแลครอบครัว และการรักษา Personal Connection กับคนสำคัญในชีวิตได้ก่อนที่ AI จะทำได้ก็เพียงพอแล้ว

สรุปสุดท้าย

AI คือเครื่องมือที่ช่วยคัดกรองสิ่งที่ไม่จำเป็น เพื่อคืนเวลาให้เรากลับมาโฟกัสกับคุณค่าที่แท้จริง เพราะในโลกที่หมุนไว ปราการด่านสุดท้ายที่ AI แทนไม่ได้คือ “ความเชื่อใจ” และ “ความสัมพันธ์”

แชร์